กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ เมื่อความลับ 29 ปีถูกเปิดเผยจนนำไปสู่ข้อสงสัยทางกฎหมายว่า “เมียหลวง” ที่จดทะเบียนสมรสจะสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก “ปู กนกวรรณ” ได้หรือไม่ ล่าสุด “ทนายพัฒน์” ได้ออกมาไขข้อกฎหมาย 6 ข้อสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ในกรณีนี้เมียหลวงอาจไม่มีสิทธิฟ้องชู้ได้ เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่ “ไม่รู้” และลงโทษคนที่ “นิ่งเฉย” มายาวนานเกินไปครับ

เจาะลึก 5 ประเด็นกฎหมาย คดีโลกสองใบของ “เด๋อ ดอกสะเดา”
1. พลังของการ “ไม่รู้” กฎหมายคุ้มครองคนบริสุทธิ์ใจ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากคุณปูสามารถพิสูจน์ได้ว่า “ไม่รู้และไม่สามารถรู้ได้เลย” ว่าคุณเด๋อมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากอีกฝ่ายปกปิดมาตลอด 29 ปี และเมียหลวงก็ไม่เคยปรากฏตัวแสดงสิทธิ์ กรณีนี้คุณปูจะไม่ต้องรับผิดชอบค่าทดแทนใด ๆ เพราะการฟ้องชู้ตามมาตรา 1523 วรรคสอง จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายหญิง “จงใจ” ละเมิดสิทธิทั้งที่รู้ว่าชายมีเมียแล้วเท่านั้นครับ

2. การนิ่งเฉย 29 ปี คือการ “ยินยอม” โดยนัย
ประเด็นที่น่าสนใจคือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายรับรู้มาโดยตลอดว่าคุณเด๋อกับคุณปูใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเปิดเผยผ่านสื่อมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่กลับไม่เคยออกมาเรียกร้องสิทธิ์หรือฟ้องหย่า กฎหมายจึงถือว่าภรรยาคนแรก “ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ” ให้อีกฝ่ายไปมีคนใหม่ได้ ตามมาตรา 1523 วรรคท้าย ซึ่งส่งผลให้เมียหลวงหมดสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากคุณปูไปโดยปริยายครับ

3. แบ่งสมบัติคนละครึ่งในฐานะ “เจ้าของรวม”
สำหรับทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างคุณปูกับคุณเด๋อ แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่กฎหมายถือว่าเป็น “กรรมสิทธิ์รวม” ไม่ใช่สินสมรส ดังนั้นเมื่อเลิกรากัน ทรัพย์สินทั้งหมดที่สร้างร่วมกันมาจะต้องถูกแบ่งคนละครึ่งตามสัดส่วนเจ้าของรวม และภรรยาที่จดทะเบียนสมรสก็ไม่มีสิทธิมาเรียกร้องในส่วนแบ่ง 50% ที่เป็นของคุณปูได้ เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่คุณปูลงแรงหามาเองครับ

4. เปิดแผนผังมรดก ใครมีสิทธิรับบ้าง?
ในกรณีที่คุณเด๋อเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินที่เป็นส่วนของคุณเด๋อ (50% จากกรรมสิทธิ์รวม) จะตกเป็นมรดกแก่ทายาท ได้แก่ ภรรยาที่จดทะเบียนสมรส, ลูกกับภรรยาคนแรก และลูกกับคุณปู (หากรับรองบุตร) ส่วนตัวคุณปูเองนั้น แม้จะเป็นคนหาเงินมาร่วมกันแต่ในฐานะ “เมียนอกทะเบียน” เธอจะไม่มีสิทธิได้รับมรดกในฐานะภรรยาเลย ยกเว้นแต่ว่าคุณเด๋อจะทำพินัยกรรมยกให้ไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

5. บทสรุปทางกฎหมายที่ขึ้นอยู่กับ “พยานหลักฐาน”
ท้ายที่สุดแล้ว การที่เมียหลวงจะหมดสิทธิฟ้องชู้หรือการแบ่งทรัพย์สินจะจบลงอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายจะนำมาหักล้างกันในศาล ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการรับรู้ของเมียหลวง หรือหลักฐานความไม่รู้ของคุณปู ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่าการจดทะเบียนสมรสคือเกราะป้องกันสิทธิที่มีค่าที่สุด แต่หากปล่อยปละละเลยสิทธินั้นไปนานเกือบ 30 ปี กฎหมายก็อาจไม่สามารถคุ้มครองได้ตลอดไปครับ
