กลายเป็นดราม่าร้อนระอุกลางโซเชียล หลังจากที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “นารา เครปกะเทย” ออกมาเผยเรื่องราวสุดช็อกว่าถูกหนุ่มบาร์โฮสต์ย่องขึ้นบ้าน ขโมยทรัพย์สินทั้งแหวน กระเป๋าหรู และเงินสดรวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท แต่แทนที่จะได้รับความเห็นใจ กลับถูกชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามแรงว่า ในเมื่อยังมีเงินซื้อของแบรนด์เนมราคาแพงมาใช้ได้ ทำไมถึงไม่นำเงินก้อนนั้นไปเร่งเคลียร์หนี้สินที่ยังค้างคาให้หมดเสียก่อน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้

ล่าสุด นาราไม่ปล่อยให้สงสัยนาน ออกมาชี้แจงผ่านเพจส่วนตัวแบบละเอียดยิบ โดยยืนยันว่าตลอด 1 ปีหลังจากได้รับอิสรภาพ เธอไม่เคยนิ่งเฉยและเดินหน้าชดใช้หนี้มาโดยตลอด แม้ในบางมุมจะมองว่าภาระทางกฎหมายจบลงแล้ว แต่เธอยังยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมาได้ทยอยชำระหนี้คืนไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 10-15 ล้านบาท เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและไม่ได้คิดจะหนีหายไปไหนอย่างที่หลายคนกังวล

สำหรับประเด็นกระเป๋าหรูที่เป็นต้นเหตุของดราม่า นาราเผยเคล็ดลับการบริหารเงินว่า เธอแบ่งรายได้จากการทำงาน 100% ออกเป็นสองส่วนชัดเจน คือ 70% สำหรับใช้หนี้ และอีก 30% สำหรับซื้อความสุขให้ตัวเองเพื่อเป็นแรงใจในการสู้ชีวิตต่อ ส่วนกระเป๋าเจ้าปัญหาหลายใบก็ไม่ได้ควักเงินสดซื้อราคาเต็ม แต่มีทั้งที่ซื้อต่อมือสองราคาแบ่งปัน เจ้าของแบรนด์มอบให้ด้วยความเอ็นดู หรือแม้แต่ได้เป็นโบนัสจากการขยันไลฟ์ขายของปักตะกร้าออนไลน์

ทิ้งท้ายด้วยความคืบหน้าเรื่องยอดหนี้ นาราระบุว่าในปีที่ผ่านมาเธอประสบความสำเร็จในการปิดยอดหนี้ของเจ้าหนี้กลุ่มเล็กๆ ไปได้หลายกลุ่มแล้ว และขณะนี้กำลังวางแผนที่จะรวบรวมเงินก้อนใหญ่เพื่อทยอยชำระหนี้กลุ่มยอดหลักล้านเป็นลำดับถัดไป พร้อมยืนยันว่าจะตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อคืนเงินให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ขอเพียงโอกาสให้เธอได้ทำงานเพื่อลบความผิดพลาดในอดีตและคืนความยุติธรรมให้กับเจ้าหนี้ทุกคน
