ปราง กัณณรันต์ ย้อนพูดถึงตอนโดนขอแต่งงาน แต่ไม่ได้แต่งงาน ติดจุดนี้จุดเดียว น่าเสียดาย

ปราง กัณณรันต์ เลดี้ปราง ออกมาพูดถึงตอนที่เคยโดนขอแต่งงาน แต่สุดท้ายไม่ได้แต่งงาน เพราะติดขัดที่จุดนี้ ตรงนี้ มันไปต่อไม่ได้ก็ต้องหยุด แต่ความรักครั้งนั้น ทำให้เราได้บทเรียนสอนใจ จะรักใครอย่าลืมรักตัวเองด้วย

ในทุก ๆ ความรัก หลายคนคงวาดฝันไปถึงการแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันไปตลอด แต่ในบางครั้งแม้เราจะพยายามอย่างดีแค่ไหน ความรักก็ไปไม่รอด อาจจะต้องแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง แม้กับบางคน อาจจะเฉียดใกล้คำว่าแต่งงานแล้วก็ตาม

ล่าสุด ปราง กัณณรันต์ หรือ เลดี้ปราง ได้ออกมาเล่าย้อนเรื่องราวและมุมมองในเรื่องความรัก กับการที่เธอเกือบไปถึงฝั่งฝัน ตอบตกลงแต่งงานกับ โต้ง ทูพี แต่สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันไป จนกลายเป็นคำถามที่ว่า ทำไมปรางและโต้งถึงได้จบกัน

ทั้งนี้ ปราง เผยผ่านรายการ I Love Lesson Live Lesson EP.1 บอกว่า ตนเป็นคนจริงจังในความสัมพันธ์มาก รักใครรักจริง และถ้าอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร จะอยู่ค่อนข้างยาวนาน ตั้งใจรักเพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นไปให้ได้ดีที่สุด แต่ถึงกระนั้น ตนก็ชัดเจนด้วย ว่าตนชอบอะไร อะไรใช่หรือไม่ใช่ และรู้ด้วยว่าเราไปกันไม่ได้ บางทีถ้ารู้แล้วว่าไม่เวิร์กก็เหลือแค่เพื่อน

บางครั้งเราตั้งใจกับความรักมากจนลืมมองความสุขของตัวเอง ทำให้คนอื่นมีความสุข แต่ลืมไปว่าความสุขไม่ได้มาจากตัวเราเอง เหมือนเราเอาใจไปฝากไว้กับเขา ชีวิตของเราขึ้นอยู่กับเขา หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เราก็สามารถบาลานซ์กลับมาทำให้ตัวเองและเขามีความสุขด้วย

ในความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ตนเต็มที่กับทุกอย่าง อยากให้มันประสบความสำเร็จ จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไร ลืมว่าความสุขที่เราต้องมีให้ตัวเองโดยที่ไม่มีเขา คืออะไร พอวันหนึ่งความสัมพันธ์มันไปไม่ได้ ทำให้เรากลับมามีความสุขกับตัวเองมากขึ้น และกลับมาอยู่กับตัวเอง พอได้มีเวลาให้ตัวเองบ้าง ทำให้รู้ว่าความสุขมันเรียบง่ายมาก ๆ เมื่อก่อนเราทำงานเยอะ เวลาที่เหลือก็ให้กับความสัมพันธ์นั้นหมด โดยที่ลืมมองตัวเอง จนวันหนึ่ง เรามีความสุขได้ด้วยตัวเอง พอมีความรักครั้งใหม่ ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ต้องเอาชีวิตไปฝากไว้กับใครเลย อีกคนก็เห็นเรามีความสุข เพราะเห็นเรามีความสุขนั่นแหละ เวลาเราคบกับใคร เราก็วาดฝันและเห็นภาพการแต่งงานอยู่แล้ว

ปราง กัณณรันต์ เผยเหตุที่ไปต่อไม่ได้กับ โต้ง ทูพี แม้จะถึงขั้นขอแต่งงานกันแล้ว น่าเสียดาย

เราถูกขอแต่งงานแล้ว และเข้าใกล้มาก ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้จัดงานแต่งงานขึ้น ตอนนั้นเราเซย์เยสไปแล้วด้วย แต่ยังไม่มีแพลน เรื่องนี้ทำให้เราได้ข้อคิดที่ว่า คนเราพอเป็นแฟนกัน ในความสัมพันธ์แบบแฟนนั้น มันก็รูปแบบหนึ่ง แต่พอจะมาเป็นครอบครัวกัน มันก็มีอะไรหลายอย่างที่ต้องปรับจูน และเราอยู่ในความสัมพันธ์นั้นตั้งแต่เด็ก มันก็ค่อย ๆ พัฒนามาเรื่อย ๆ แต่ ณ ตอนนั้น ความสัมพันธ์มันพัฒนาไปเป็นครอบครัวไม่ได้จริง ๆ เราเลยรู้สึกว่า ความรักไม่ใช่แค่ความรักอย่างเดียว

ตอนเป็นแฟน ความรักสำคัญที่สุด แต่พอจะเป็นครอบครัว มันมีปัจจัยอื่นเยอะแยะมากมาย ความรักเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการแต่งงาน แต่สุดท้ายมันมีองค์ประกอบอื่นที่ต้องปรับจูน เราชอบความธรรมชาติ ไม่ชอบให้ใครมาเปลี่ยนตัวเราเอง หรือเราต้องเปลี่ยนคนอื่น ถ้าเราต้องปรับตัวเพื่ออยู่กับใคร ต้องแน่ใจว่าสิ่งที่เราปรับนั้น เราต้องทำให้ได้ตลอดชีวิต

มันไม่มีใครไม่ปรับตัว อันนี้เรื่องจริง แต่ต้องคิดก่อนว่า เราทำได้ตลอดชีวิตไหม เราแลกเปลี่ยนกัน และเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ ก็เลยถึงคุยกันว่าอย่าข้ามขั้นไปถึงขั้นแต่งงานกันเลย

ใส่ความเห็น